เคล็ดลับการนำเสนอของสตีฟ จ๊อบส์ : ทำอย่างไรจึงต้องใจผู้ชม

Steve-Jobs-In-Memoriam

Steve Jobs   VectorOpenStock.com

ขออนุญาตนำเอาโพสต์จากบล็อกเก่ามาเล่าให้ฟังนะครับ

ได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่งที่ส่งลิงค์มาให้ตามไปดูหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ  The Presentation Secrets of Steve Jobs: How to be Insanely Great in Front of Any Audience, แต่งโดย Carmine Gallo โค้ชด้านการสื่อสารว่า เหตุอันใดหนอที่ผู้ชายที่ขายตัวเองตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างให้ใครต่อหลายคนนั้น ทำการนำเสนอตัวเองอย่างไรให้ผู้ชม ผู้ฟังรวมถึงกลุ่มผู้บริโภคนั้นสนใจสินค้าของแอปเปิ้ล

ซึ่งหนังสือเล่มนี้ ถ้าแปลตามตัวแบบงูๆปลาๆของผม จะได้ว่า เคล็ดลับการนำเสนอของสตีฟ จ๊อบส์ : ทำอย่างไรจึงจะเป็นที่ต้องตาต้องใจได้ต่อหน้าผู้ชม

แต่ก่อนจะไปที่เรื่องเคล็ดลับในการนำเสนอใคร่ขอย่อประวัติของ จ๊อบส์มาให้อ่านกันก่อนเล็กน้อยว่า ชีวิตความเป็นมานั้นน่าสนใจแค่ไหน

ในปีค.ศ. 1976 สตีฟ จอบส์ในวัย 21 ปี กับสตีฟ วอซเนียก วัย 26 ปี ได้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ขึ้น ในโรงรถที่บ้านของครอบครัวจอบส์ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่จอบส์กับวอซเนียกได้นำเสนอออกสู่สายตาได้แก่เครื่องApple I

ในปีค.ศ. 1977 จอบส์กับวอซเนียก ได้นำเครื่องApple IIออกสู่ตลาด และประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดคอมพิวเตอร์ใช้งานในบ้าน และทำให้แอปเปิ้ลกลายเป็นผู้ผลิตรายสำคัญในวงการอุตสาหกรรมเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ในเดือนธันวาคม ปีค.ศ.1980แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นบริษัทมหาชน และการเปิดขายหุ้นให้แก่สาธารณชนผู้สนใจร่วมลงทุน ทำให้สถานภาพส่วนตัวของจอบส์สูงส่งขึ้นเป็นอันมาก

ในขณะที่จอบส์ได้กลายเป็นนักบุญผู้มีบุคลิกโดดเด่นและมีส่วนผลักดันโครงการต่างๆของแอปเปิล เหล่านักวิจารณ์มักจะอ้างว่าเขาเป็นผู้จัดการที่มีบุคลิกแปลกประหลาดและโมโหร้าย ในปีค.ศ. 1985ภายหลังจากประสบปัญหาขัดแย้งเรื่องอำนาจภายในบริษัท จอบส์ถูกคณะกรรมการบริหารของแอปเปิ้ลถอดออกจากภารกิจต่างๆที่เขาเป็นผู้รับผิดชอบ และได้ลาออกในที่สุด

หลังจากออกจากแอปเปิล จอบส์ได้ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ ชื่อว่า เน็กซ์ (NeXT)และก่อตั้งอตั้งพิกซาร์ ซึ่งเป็นสตูดิโอสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันด้วยคอมพิวเตอร์ ตั้งอยู่ที่เมืองเอเมอรีวิลล์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นจากแผนกคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ของบริษัทลูคัสฟิล์มเดิม ซึ่งจอบส์ได้ซื้อกิจการต่อมาจากจอร์จ ลูคัส ผู้ก่อตั้ง ด้วยราคา 10ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือหนึ่งในสามของราคาที่ตั้งไว้ พิกซาร์ได้กลายเป็นบริษัทที่โด่งดังและประสบความสำเร็จในอีกหนึ่งทศวรรษให้หลังด้วยภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องยาวแหวกแนว”ทอยสตอรี่”และจากนั้นก็ได้ผลิตภาพยนตร์ที่ชนะรางวัลประกวดหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “ตัวบั๊กส์ หัวใจไม่บั๊กส์”ในปีค.ศ. 1998 “ทอย สตอรี่ 2″ในปีค.ศ. 1999 “มอนสเตอร์ส อิงค์ บริษัทรับจ้างหลอน(ไม่)จำกัด”ในปีค.ศ. 2001 “นีโม่…ปลาเล็กหัวใจโต๊…โต”ในปีค.ศ. 2003 และ “รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก”ในปีค.ศ. 2004 ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องล่าสุดของพิกซาร์คือเรื่อง “Cars” มีกำหนดออกฉายในช่วงฤดูร้อน ปีค.ศ. 2006 นีโม่…ปลาเล็กหัวใจโต๊…โต และ รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก ต่างได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม

ในปีค.ศ. 1996 แอปเปิลได้ซื้อกิจการบริษัทเน็กซ์ คอมพิวเตอร์ด้วยราคา 402ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำจอบส์กลับมาสู่บริษัทที่เขาก่อตั้งเอาไว้ ในปีค.ศ. 1997 เขาได้กลายเป็นผู้บริหารระดับสูง”ชั่วคราว”ของแอปเปิล หลังจากที่ผู้จัดการหลายคนเสียความเชื่อมั่นในตัว จิล อะเมลิโอ ผู้บริหารระดับสูงในขณะนั้นที่ถูกถอดออกในช่วงที่กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำของแอปเปิล จอบส์เรียกชื่อตำแหน่งของเขาว่า “ไอซีอีโอ” (iCEO)

ด้วยการซื้อกิจการของเน็กซ์ เทคโนโลยีหลายตัวของบริษัทได้แจ้งเกิดในผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Mac OSX ที่พัฒนามาจาก NeXTSTEP ภายใต้การนำของจอบส์ บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมากด้วยการเปิดตัว ไอแมค (iMac) นับแต่นั้นเป็นต้นมา การออกแบบที่ดึงดูดใจ และยี่ห้อสินค้าที่มีพลังเป็นผลดีต่อแอปเปิลอย่างยิ่ง

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ ได้ขยายกิจการไปหลายสาขา ด้วยการเปิดตัวไอพ็อด เครื่องเล่นดนตรีขนาดพกพา ไอทูนส์ ซอฟต์แวร์สำหรับดนตรีดิจิทัล รวมไปถึงร้านดนตรีไอทูนส์ แสดงให้เห็นว่าบริษัทต้องการยึดหัวหาดด้านอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ส่วนบุคคล และร้านขายดนตรีออนไลน์ ด้วยแรงผลักดันทางนวัตกรรม จอบส์มักจะเตือนพนักงานของเขาว่า “ศิลปินที่แท้จริงต้องส่งงาน” ซึ่งหมายความว่าการจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้ตรงเวลานั้น มีความสำคัญพอๆกับนวัตกรรมและการออกแบบที่โดนใจผู้ใช้

นั้นคือประวัติโดยย่อของผู้ชายที่ผมกล่าวถึง

จ๊อบส์ไม่ได้ขายคอมพิวเตอร์แต่เขาขายตัว(เอง)ซึ่งก็คือ ขายประสบการณ์ การนำเสนอของเขาในแต่ละงานนั้นเปี่ยมไปด้วย ข้อมูลที่น่าติดตาม ให้ความเข้าใจของผลิตภัณฑ์และท้ายที่สุดมันสนุกและไม่น่าเบื่อ แต่ละองค์ของการนำเสนอนั้นไหลลื่นไม่มีสะดุดซึ่งนั้นแปลว่า สคริปต์นั้นต้องดี และแน่นอน ผู้นำเสนอและทีมงานของเขา ต้องซ้อมมาเป็นอย่างดี โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าการนำเสนอของเขาเหมือนการดูละครเวทีที่น่าสนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ที่นี้มาดูกันดีกว่า ว่า เคล็ดลับการนำเสนอของสตีฟ จ๊อบส์ : ทำอย่างไรจึงจะเป็นที่ต้องตาต้องใจได้ต่อหน้าผู้ชม นั้นสรุปเป็นหัวข้อย่อยๆได้ 5 หัวข้อดังต่อไปนี้

1.หัวเรื่อง จ๊อบส์ จั่วหัวเรื่องที่หน้าสนใจที่มีลักษณะพอดีไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่เกิน 140 ตัวอักษร พอให้อ่านได้จความและไม่ยืดยาวจนน่าเบื่อ และ 140 ตัวอักษรนี่แหละคือ จำนวนตัวหนังสือสูงสุดที่ยอมให้เขียนได้ในแต่ละเอ็นทรี่ของ เว็บดัง ชื่อ ทวิตเตอร์ ยกตัวอย่างเช่น ตอนเปิดตัวแม๊ดบุ๊คแอร์ จ๊อบส์จั่วหัวไว้ว่า “The world’s thinnest notebook.” วลีนี้ ถูกนำไปไว้ในที่ต่างๆเช่น บนสไสลด์ของเขา เว็บไซต์ของแอปเปิ้ล ดังนั้นการนำเสนอสินค้าและบริการหรือเรื่องราวต่างๆของเรานั้น เราต้องการสื่ออะไรกับการนำเสนอของเรา ค้นคิดวลีเด็ดนั้นออกมาและนำมันไปไว้ในที่ต่างๆ อย่างเหมาะสม พอดีๆ

2.ตัวร้าย ในเรื่องราววรณกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน ภาพยนต์หรือแม้กระทั่งเพลงประเภทอกหักรักคุด มักจะเป็นตัวร้ายเอาไว้ให้เราคอยเปรียบเทียบเสมอๆ ในปี 1984 ผู้ร้ายที่จ๊อบส์สร้างคาร์แร็คเตอร์เพื่อให้แอปเปิ้ลเป็นพระเอก คือ ไอบีเอ็ม ลองดูวิดีโอที่ผมหามาจาก Youtube ด้านล่างนะครับ ว่าเขาเล่าเรื่องอย่างไร ทำอย่างไรให้แอปเปิ้ลกลายเป็นพระเอก แต่ในปัจจุบัน ตัวร้ายที่ จ๊อบส์สร้างขึ้น คือ ไมโครซอฟท์ ลองดูวิดีโอเปรียบเทียบกันเช่นกันนะครับ และล่าสุดผมได้มีโอกาสดู โฆษณา ที่ดูทีไรอมยิ้มทุกทีระหว่าง iPhone กับ Black Berry ซึ่งไอเดียการสร้างคาร์แร็คเตอร์ของผลิตภัณฑ์ตัวเองนี้ ส่งผลให้ผู้ชมนั้นถูกกระตุ้นให้เกิดพลังปากต่อปาก ขยายวงออกไปและกลายเป็นผู้เผยแพร่เรื่องนี้ไปเป็นกระจายไปทั่ว แปลง่ายๆว่า ยืมมือคนอื่นมาใช้นั่นเอง

3.เรียบง่าย ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลส่วนใหญ่ใช้งานได้ง่าย เลยส่งผลให้การนำเสนอของจ๊อบส์นั้นเรียกว่า ง่ายๆสบายๆแต่ไม่โหล ไม่มี Bullet Point แม้แต่อันเดียวในแต่ละสไลด์ ทั้งนี้ทั้งนั้น จ๊อบส์เลือกที่จะใช้รูปมากกว่าตัวหนังสือเพื่อดึงความสนใจของผู้ชม ยกตัวอย่างการเปิดตัวแม๊ดบุคแอร์ เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้สอดคล้องว่ามันคือโน๊ตบุ๊คที่บางที่สุดในโลก โดยการ นำมามาใส่ไว้ในซองเอกสาร ผมไม่ต้องเล่าต่อหรอกว่า กลวิธีการเล่าเรื่องนั้น จบในตัวเองเลย โดยแม้ไม่ต้องมีคำอธิบายจากเขา เราก็สามารถเข้าใจได้ว่า มันบางจริงๆ ลองถามตัวเองดูสิว่า สไลด์ของเรามีตัวหนังสือเยอะเกินไปหรือเปล่า

4.การสาธิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองกล่าวไว้ว่า สมองคนเราเบื่อง่าย แต่จ๊อบส์ไม่เคยปล่อยให้ผู้ชม ละความสนใจไปจากตัวเขาขณะอยู่บนเวทีได้เลย ในทุกๆช่วงของการเล่าเรื่องผ่านสไลด์มักจะตบท้าย ด้วย การสาธิตเสมอและการสาธิตต่างๆก็ดูน่าสนุกเสียด้วย ยกตัวอย่างการเปิดตัว iPhone ในปี 2007 เขาสาธิตการใช้งาน Google maps ทำงานอย่างไร โดยการค้นหน้าร้าน Starbucks ที่ใกล้กับกับเวทีที่เขานำเสนอมากที่สุด พอเขาค้นหาเจอ ก็หันหน้ามาบอกว่าชมว่า เป็นไงหาร้านเจอแล้ว เรามาลองโทรไปหาร้านที่ว่าดีกว่า พอมีพนักงานStarbucks รับสาย เขาตอบไปว่า ผมต้องการสั่งกาแฟลาเต้จำนวน 4000 พันแก้วครับ เอ่ออออ ล้อเล่นครับ เล่นเอาฮากลิ้งไปทั้งห้องประชุมเลยทีเดียว

5.ช่วงเวลาแม่เจ้าโว้ย ในแต่ละการนำเสนอของจ๊อบส์จะมีช่วงที่เรียกว่า แม่เจ้าโว้ยอยู่ด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสมองกล่าวไว้ว่า อาการดังกล่าวเรียกเป็นศัพท์ทางวิชาการวิชา “Emotionally charged event.” ซึ่งเป็นอาการคล้ายๆกับเราใช้ โพต์อิท แปะเตือนความจำ แต่การแปะเตือนความจำนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในสมอง ซึ่งช่วยให้เราบอกสมองก่อเพื่อเตรียมตัวว่า เฮ้ยพรรคพวก ได้เวลาจำเรื่องๆนี้แล้ว ยกตัวอย่าง การเปิดตัว iPhone ในปี 2007 จ๊อบส์ เปิดตัวตัวไอโฟนด้วยอาการแม่เจ้าโว้ย เขาพูดว่า วันนี้เราจะมาแนะนำการปฏิวัติผลิตภัณฑ์ 3 ชนิดด้วยกัน

  • iPod แบบหน้าจอสัมผัส
  • โทรศัพท์มือถือ
  • เครื่องมือสื่อสารอินเตอร์เน็ต

เขาเล่นภาพซ้ำและพูดประโยคเดิม วันนี้เราจะมาแนะนำการปฏิวัติผลิตภัณฑ์ 3 ชนิดด้วยกัน

  • iPod แบบหน้าจอสัมผัส
  • โทรศัพท์มือถือ
  • เครื่องมือสื่อสารอินเตอร์เน็ต

ซ้ำไปประมาณ 2-3 รอบ จนผู้ชมโห่ร้องร้องหลังจากเข้าใจความหายว่า จริงๆแล้วผลิตภัณฑ์ 3 อย่างที่จะมีการปฏิวัตินั้น รวมกันอยู่ในเครื่องๆเดียว ซึ่งก็คือไอโฟน ผมว่าเล่าทางตัวหนังสือคงไม่สนุกแน่ๆ ลองดูวิดีโอข้างท้ายนี้ประกอบจะดีกว่าครับ นั่นแหละคือการทำให้ผู้ชมทั้งหลายตกตะลึง คล้อยตามและนำเอาโพสต์อิทแปะที่หัวว่า เรื่องนี้ห้ามลืมนะ

ไปลองรับชมได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้นะครับ

ประวัติ Steve Jobs จาก wikipedia
http://www.PresentationBen.com

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s