เด็กน้อย 3 ขวบกับจรวดกระดาษสอนอะไรเราได้บ้าง

Untitle.001

Pat Flynn แห่งเว็บไซต์ Smart Passive Income เล่าให้ฟังถึงหนังสือเล่มใหม่ของเขาชื่อ Will it fly ซึ่งเป็นหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องการทดลองทดสอบไอเดียทางธุรกิจก่อนจะลงสนามจริงไว้อย่างน่าสนใจและมีแง่คิดดีๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จในแต่ละด้านไว้ว่า

ตอนลูกชายตัวน้อยอายุได้ 3 ขวบ วันหนึ่งเขาพับจรวดด้วยกระดาษร่อนผ่านหัวเจ้าหนูเพื่อเล่นสนุกๆแต่ปรากฏว่าหนูน้อยทึ่งมากที่กระดาษแผ่นน้อยล่อยลิ่ว เด็กน้อยมองพ่อเขาราวกับว่าพ่อคือนักมายากลที่เสกของกระดาษธรรมดาให้กลายเป็นจรวดอย่างน่ามหัศจรรย์

ตามสัญชาตญาณหนูน้อยรีบคว้ากระดาษใกล้มือลงมือพับตามทักษะที่ตนเองมีหวังว่ามันจะกลายเป็นจรวดลำสวยที่จะส่งขึ้นฟ้าตามรอยพ่อ  Pat มองเด็กชายตัวอย่างเอ็นดูแต่เหลือบไปเห็นว่าจรวดลำน้อยมันเหมือนก้อนกระดาษเสียมากกว่า เด็กชายพุ่งจรวดของเขาไปตรงหน้าหวังว่ามันจะพุ่งทะยานไปหาพ่อแต่อนิจจามันกลับหล่นร่วงเลยปลายเท้าของเขาไปไม่กี่มากน้อย ความพยายามครั้งที่สองและสามหมดลง พร้อมกับสิ่งที่ Pat เห็นจากเด็กน้อยคือความเศร้าและผิดหวัง ” I hate this paper airplane” เด็กชายบอกว่า “ผมเกลียดจรวดนี่”

Pat Flynn สร้างรายได้จากการทำงานออนไลน์โดยมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างซึ่งสร้างรายได้สูงถึง 1.2 ล้านเหรียญต่อปีจากการทำงานที่บ้าน เขาเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชายดี พร้อมทั้งเปรียบเทียบเรื่องนี้อย่างน่าสนใจสำหรับคนที่อยากไปประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือความสำเร็จส่วนบุคคล

Pat บอกว่าพอเห็นคนอื่นมีรายได้ มีชีวิตที่ดีกว่าเพราะประสบความสำเร็จ คนส่วนใหญ่ก็กระโจนลงไปทำตามเต็มตัวโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เพราะคิดแต่ว่าคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ แต่ท้ายที่สุดพอทำแล้วเจ๊ง ทำไม่เวิร์ค ก็ทำตัวเหมือนกับลูกชายของเขาคือหันหลังให้และยอมแพ้ไปดื้อๆ ประเด็นที่ Pat ชี้คือลูกเขาต้องการแค่คำแนะนำเพิ่มเติมกับแนวทางแค่เพียงเล็กน้อยจากสำหรับขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่ก็หลักการพื้นฐานในการพับจรวด

ในที่สุดทุกวันนี้เด็กชายสนุกสนานกับการทดลองสร้างรูปแบบจรวดใหม่ๆตื่นตั้งแต่เช้าก่อนพ่อเพื่อเล่นกับจรวด Pat จึงตระหนักและตกผลึกได้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ความล้มเหลวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการไปสู่ความสำเร็จ การทำธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต้องมีการทดสอบเสียก่อนว่าจรวดนั้นมีแนวโน้มจะบินได้ และถึงแม้มันบินไม่ได้ในครั้งแรกครั้งที่สองหรือครั้งไหนๆนั่นก็แค่การทดลองที่ไม่ประสบความสำเร็จ  หากทำธุรกิจด้วยวิธีมโนเอาเองว่าคนคงชอบ คนคงซื้อจากไอเดียเจ๋งๆโดยไม่ทดสอบเสียก่อน ก็คงเหมือนก้อนกระดาษที่ไม่สามารถลอยขึ้นได้ของลูกชาย Pat

Time Ferris เจ้าของหนังสือ The four hours work week หนังสือขายดีระดับตำนานยังเคยออกแบบการทดสอบชื่อหนังสือของเขาโดยการเสียเงินไปลงโฆษณากับ Google เพื่อดูว่าชื่อหนังสือแบบไหนที่มหาชนยอมรับว่าจะยอมเสียเงินซื้อ เวอร์ชั่นแรกๆของชื่อหนังสือจึงเป็น “How to treveling the world and make a million with selling drugs” เพราะ Tim Ferris ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือแม้กระทั่งอีกชื่อ 2 Hours work week เขาก็ทดสอบมาแล้วว่าคนไม่ซื้อเพราะ ทำงานแค่ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้วจะไปเที่ยวรอบโลกได้ไง ทุกอย่างจึงมาลงตัวที่ The 4 hours work week เพราะมันเป็นตัวเลขที่มหาชนยอมรับว่า อืมมมม พอเป็นไปได้

ประเด็นที่ผมได้เรียนรู้จากลูกชายของ Pat คือ หากอยากลงมือทำอะไรใหม่ๆที่ไม่ประสบการณ์ ก็ควรขอคำแนะนำจากที่ต่างๆแล้วเอามาประมวลผลเพื่อออกแบบการทดลองให้ตัวเอง อาจจะมีคนแย้งถ้าหากเป็นแบบนั้น แล้วไอเดียที่คิดได้มันเจ๋งมาก ไม่อยากไปบอกให้คนอื่นรู้เดี๋ยวเขาจะเอามาทำก่อนเรา เชื่อเหอะ คนมีไอเดียดีๆมีทุกวันแหละ แต่มันไม่ค่อยมีคนลงมือหรอก พอได้วิธีการทดลองแล้วก็เริ่มทดสอบเลย เก็บความล้มเหลวไว้คอยปรับปรุงซึ่งผมเชื่อว่าซักวันหนึ่งจะเป็นวันของเรา

ผมเขียนบล็อกนี้เป็นวันที่ 19 มกราคม 59 และเมื่อคืนนี้เพิ่งฉลองยอดคนเข้าชมที่ 20,000 หมาดๆ ไม่ใช่ว่าอะไรหรอกแต่ผมลองผิดลองถูกในหน้าแฟนเพจก่อน ทดสอบบางเนื้อหาบนหน้าเฟซบุ๊กตัวเองจนมั่นใจว่าน่าจะไปไหวถึงคัดเอามาลงในบล็อกนี้ และท้ายที่สุด ความล้มเหลวอันแท้จริงคือความล้มเหลวจากการที่ไม่กล้าลงมือต่างหาก ที่เป็นแก่นของโพสต์นี้ที่ผมได้จากเด็กชายตัวน้อยลูกของ Pat

http://www.PresentationBen.com

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s