เรามีมูลค่าที่ราคาเท่าไหร่กัน

Untitled 7.001.jpeg

วันก่อนเพื่อนสนิทท่านหนึ่งโทรหาผม เป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่ป.3 เพื่อนคนนี้เป็นคนมีความสามารถสูงส่ง เป็นพิธีการ เป็นโฆษก กล้าคิดกล้าแสดงออกตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และก็เป็นคนจุดประกายให้ผมเรื่องการพูดต่อหน้าที่สาธารณะตั้งแต่ยังไม่จบประถมเลยด้วยซ้ำไป

เขามีไอเดียธุรกิจมากมาย และเริ่มทำธุรกิจแนวใหม่ที่เรียกว่า Startup อยู่ที่หัวเมืองแถวภาคตะวันออก ช่วงที่โทรมาขอไอเดีย และอยากเชิญผมไปไปบรรยายในหัวข้อที่ถนัด ในฐานะเพื่อนสนิทจึงอยากทราบค่าใช้จ่ายในการเชิญไปบรรยาย

สองวันก่อนรุ่นพี่ท่านหนึ่ง โทรมาเอ่ยปากชวนไปช่วยงานสัมมนาให้บรรยายสั้นๆประมาณ 2 ชั่วโมง แน่นอนครับในเรื่องธุรกิจก็ต้องมีการคำนวนต้นทุนต่างๆรวมทั้งค่าตัวของผมซึ่งจะไปผนวกกับวิทยากรคนอื่นๆ แต่ขอกลับไปคิดดู่กอนว่าคิดราคาเท่าไหนดี เพราะไม่เคยคิดค่าตัวเป็นชั่วโมงซะที เขาจะได้คุ้มราคามั้ย อะไรคือสิ่งที่เขาควรได้ ก็เลยว่าว่าขอไปคิดดูแป๊บนึง

แล้วค่าตัวของคนทั่วๆไปวัดกันที่ไหน รวมถึงค่าตัววิทยากร ดารา พิธีกร นักแสดงมาจากไหนกันแน่ อันนี้คงไม่มีคำตอบแน่นอนตายตัวและประเด็นที่ได้จากการเรียนรู้ระหว่างทางที่เกิดขึ้นในวันนี้ คงไม่ใช่ราคาค่างวดค่าตัวอะไรแบบนั้นแต่อยู่กับคุณค่าที่ส่งมอบให้คนที่ใช้บริการต่างหากว่าจะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงเช่นไร

หากเรามีหุ้นในกิจการใดๆในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าขึ้นลงก็คงสะท้อนจากราคาที่มีคนอยากซื้อกับราคาที่มีคนอยากขายเกิดจุดตัดที่ลงตัวระหว่างคนอยากได้กับคนอยากให้ โดยมีเงินเป็นของกลางในการแลกเปลี่ยน แต่ถ้าเป็นคนอย่างเราๆท่านๆที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วจะทราบมูลค่าที่แท้จริงได้อย่างไรกันแน่

มนุษย์เราเวลาต้องเสียเงินซื้ออะไรบางอย่างที่ไม่มีไอเดียว่าราคาที่แท้จริงอยู่ที่เท่าไหร่ก็มักจะเปรียบเทียบสิ่งที่คล้ายกันลักษณะแบบเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอยู่เป็นประจำ และมักลงท้ายว่า คุ้มไม่คุ้มเสมอๆ แต่บางทีความคุ้มค่าเราก็วัดกันตรงๆแบบไม่ได้

หากเซลส์แมนท่านหนึ่งปีที่แล้วขายได้ยอดเท่านี้ ปีนี้ขายได้ต่ำกว่าหรือเท่าเดิม นายจ้างก็คงเริ่มพิจารณาอะไรบางอย่าง หากเราส่งมอบคุณค่าให้กับงานที่ทำเท่าเดิมเพราะมัวแต่คิดว่าก็ได้ค่าจ้างเท่านี้ก็ทำมันเท่านี้ สุดท้ายก็คงเหมือนราคาหุ้นที่มีแต่คนเคาะขายแต่ไม่มีคนอยากซื้อ บางทีเรื่องพวกนี้ก็บอกกันตรงๆไม่ได้หรอกเพราะอาจจะเคืองกันเปล่าๆ แต่พอมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์บางอย่างในชีวิต เราเคยเจอของหรือบริการที่จ่ายไปแล้วร้องว่า โหยยยโคตรคุ้มเลย บ้างหรือเปล่า หรือแม้กระทั่งร้องบอกคนรอบข้างว่า อะไรวะ เสียดายตังค์ ไม่น่าซื้อเลย เสียเวลาจริงๆ อะไรทำนองนี้

คนเรามีคุณค่าในตัวเองทุกคนนั่นแหละ แต่คนที่อยากได้พร้อมที่จะจ่ายเท่าไหร่ พอจ่ายแล้วร้องว้าวหรือร้องยี้ก็ขึ้นกับสิ่งที่เรียกว่า”คุณค่า”ที่เรามอบให้เขานั่นแหละท่านผู้ชม และท้ายที่สุดของบางอย่าง บริการบางที่หรือแม้กระทั่งคนบางคนก็มีคุณค่ามากเสียจนเราไม่อาจประเมินมูลค่าได้ด้วยเงินทองสิ่งของ

เราจะเป็นคนที่มีคุณค่าและสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงได้สมราคาหรือว่าคุ้มแสนคุ้มก็อยู่ที่เราทำตัวเองทั้งนั้น และท้ายที่สุดผมมีความเชื่อเสมอว่า “ยิ่งให้ ยิ่งได้”

www.PresentationBen.com

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s